แช่แข็งตัวอ่อนจากกระบวนการเด็กหลอดแก้ว

กระบวนการแช่แข็งตัวอ่อนด้วยความเย็น ( Vitrification of the human embryo)

เนื่องจากมีการพัฒนากระบวนการเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการได้ดีมากขึ้นในปัจจุบัน

จึงมีตัวอ่อนที่เราสามารถเลี้ยงได้จนถึงระยะ blastocyst มากขึ้น

และเนื่องจากตัวอ่อนในระยะนี้มีศักยภาพในการฝังตัวค่อนข้างสูง

จึงมีการจำกัดการย้ายตัวอ่อนเพียงครั้งละ 1-2 ตัวเท่านั้น

เมื่อมีตัวอ่อนเหลือจึงนำมาสู่กระบวนการแช่แข็งตัวอ่อนด้วยความเย็นอย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการแช่แข็งตัวอ่อนปัจจุบันวิธีที่เป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วโลกคือ

กระบวนการ Vitrification หรือกระบวนการทำให้ของเหลวภายในเซลล์กลายเป็นของแข็งเสมือนแก้วโดยการลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วและแช่ลงในไนโตรเจนเหลว

โดยไม่ทำให้เกิดเกล็ดน้ำแข็ง ( Ice crystal)

โดยใช้น้ำยาเก็บรักษาตัวอ่อนด้วยความหนืดและความเข้มข้นที่เหมาะสม

การไม่เกิดเกล็ดน้ำแข็งภายในเซลล์จะสามารถคงสภาพและเกิดการทำลายเซลล์น้อยกว่าวิธีดั้งเดิมคือ Slow freezing 


ประโยชน์ของกระบวนการแช่แข็งตัวอ่อนด้วยวิธี vitrification

  • เพิ่มอัตราการรอดของตัวอ่อนหลังละลายอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพของการย้ายตัวอ่อน
  • เพิ่มอัตราการตั้งครรภ์สะสม ( Cumulative pregnancy rates)
  • เพิ่มความปลอดภัยในกระบวนการรักษา ทำให้เราสามารถย้ายตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีได้ทีละตัว ลดอัตราการเกิดครรภ์แฝดที่ไม่พึงประสงค์ 
  • ลดโอกาสการเกิดภาวะรังไข่ตอบสนองมากเกินไป (ovarian hyperstimulation syndrome) ซึ่งนำมาสู่กระบวนการแช่แข็งตัวอ่อนก่อนทั้งหมด แล้วจึงนำมาละลายและย้ายในภายหลัง
  • ทำให้เราสามารถตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (Preimplantation genetic testing) ได้ โดยการแช่แข็งตัวอ่อนไว้รอผล


เราแช่แข็งตัวอ่อนในระยะไหน

ตัวอ่อนสามารถแช่แข็งได้ในทุกๆระยะ ตั้งแต่ Zygote (ตัวอ่อนวันที่ 1), ระยะการแบ่งเซลล์ ( วันที่ 2 หรือ 3 ) ระยะน้อยหน่า (morula stage; วันที่ 4) หรือระยะ blastocyst (วันที่ 5)

ระยะที่เหมาะและมีประโยชน์ต่อคนไข้ในการฝังตัวมากที่สุดคือระยะวันที่ 5 ของการเจริญเติบโต หรือ Blastocyst ส่วนประโยชน์ของการแช่แข็งตัวอ่อนในระยะอื่นๆเช่น ระยะวันที่ 2 หรือ 3 ในกรณีที่คนไข้มีตัวอ่อนคุณภาพไม่ดีและมีจำนวนตัวอ่อนน้อยมาก


การละลายและแช่แข็งซ้ำ โดยมีการตัดเซลล์ตัวอ่อนหรือไม่ได้ตัดเซลล์ตัวอ่อนตรวจร่วมด้วย

หลายคนมีความเชื่อว่า การแช่แข็งตัวอ่อนซ้ำหลายๆรอบอาจจะส่งผลเสียต่อการรอดของตัวอ่อนหรือไข่

แต่หากใช้กระบวนการแช่แข็ง Vitrification ดังได้กล่าวไปข้างต้นนั้น

พบว่ามีผลเสียต่อตัวอ่อนน้อยมาก

กระบวนการแช่แข็งซ้ำอาจกระทำได้ในการละลายเซลล์ไข่มาปฏิสนธิทำให้เป็นตัวอ่อนและนำไปแช่แข็งแล้วละลายมาย้ายก็พบว่าประสบความสำเร็จมาแล้ว

นอกจากนี้กระบวนการละลายตัวอ่อนที่ไม่เคยผ่านการตรวจโครโมโซมแล้วมาตัดตรวจโครโมโซมแล้วแช่แข็งกลับไป

เมื่อผลออกมาปกติจึงละลายมาย้ายกลับเข้าโพรงมดลูก

พบว่าอัตราการตั้งครรภ์ไม่แตกต่างกันในกลุ่มที่ละลายเพียงครั้งเดียว

แต่ในกลุ่มที่โดนตัดเซลล์ตรวจคัดกรองโครโมโซมถึงสองครั้ง

ก็พบว่ามีผลต่อการรอดชีวิตของตัวอ่อนไม่มากก็น้อย


ตัวอ่อนจะถูกเก็บแช่แข็งไว้ได้นานแค่ไหน****

ตามทฤษฎีนั้น ตัวอ่อนอาจถูกเก็บแช่แข็งไว้ได้นับสิบปี ร้อยปี

หรือตราบนานเท่านานที่เรายังคงสภาวะแวดล้อมการแช่แข็งที่เหมาะสมไว้ได้

โดยความเสี่ยงหนึ่งที่พึงระวังคือการปนเปื้อน (Cross contamination)

จากตัวอย่างหนึ่งไปติดเชื้อให้อีกตัวอย่างหนึ่งในถังแช่แข็งเดียวกัน

แต่ยังเป็นเพียงข้อมูลทางทฤษฎีเท่านั้น การดูแลรักษาคุณภาพของถังแช่แข็งและการรักษาระดับของไนโตรเจนเหลวให้เพียงพอจึงมีความสำคัญ 

การนำตัวอย่างอื่นออกมาเพื่อละลายอาจจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้กับตัวอ่อนอื่นๆ ด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ

นี่อาจจะเป็นการทำให้ตัวอ่อนเสียหายทางอ้อม

ตัวอ่อนที่แช่แข็งในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196º

สามารถหยุดกระบวนการทางชีววิทยาไว้ได้ทั้งหมด

หากถังแช่แข็งยังคงอยู่ในสภาพดี

หากมีการรั่วของระบบสุญญากาศของถังภายนอกกับถังภายในก็จะทำให้ไนโตรเจนมีการระเหยอย่างรวดเร็วหรือทำให้อุณหภูมิของถังสูงขึ้นก็จะเกิดความเสียหายกับตัวอ่อนได้

ทั้งนี้การตรวจวัดอุณหภูมิของถังภายนอก และการวัดระดับไนโตรเจนอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถป้องกันภาวะดังกล่าวได้


ผลลัพธ์หลังการละลาย

จากข้อมูลของ Cochrane review ตีพิมพ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021

พบว่าอัตราการเกิดรอดมีชีพสะสม (Cumulative live birth) ของทารกที่ได้รับการแช่แข็งตัวอ่อนกับการย้ายรอบสดแทบไม่แตกต่างกัน

แต่ในกลุ่มที่ได้รับการแช่แข็งตัวอ่อนทั้งหมด (Freeze all)

พบมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากรังไข่ตอบสนองมากเกินไป (Ovarian hyperstimulation syndrome: OHSS ) น้อยกว่า

โดยในกลุ่มที่ได้รับการย้ายตัวอ่อนรอบสด อาจพบ OHSS ได้ประมาณ 3% เมื่อเทียบกับวิธีแช่แข็งทั้งหมดคือ 1%

ระยะเวลาตั้งแต่กระบวนการรักษาจนถึงตั้งครรภ์ (Time to pregnancy)

ในกลุ่มที่ย้ายรอบสดก็จะสั้นกว่ากลุ่มแช่แข็ง

เนื่องจากในกลุ่มแช่แข็งต้องมีการรอประจำเดือนรอบถัดไปก่อนที่จะกินยาเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกแล้วละลายตัวอ่อนย้ายกลับคืน

โดยที่อัตราการตั้งครรภ์พบว่าใกล้เคียงกัน


ผลลัพธ์ของทารกที่เกิดจากกระบวนการแช่แข็ง-ละลายตัวอ่อน

เมื่อศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ

การย้ายตัวอ่อนรอบสด และการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง ไม่มีความแตกต่างกันในแง่ของการคลอดก่อนกำหนดและทารกแรกคลอดน้ำหนักตัวน้อย

ในตัวอ่อนที่ได้รับการตัดเซลล์ตรวจคัดกรองโครโมโซมและแช่แข็งไม่พบว่าเพิ่มความพิการแต่กำเนิดหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆในทารก


อัตราค่าแช่แข็งตัวอ่อนในรอบกระตุ้น

1-5 ตัวแรก 15,000 บาท ตัวที่ 6 ขึ้นไป ตัวละ 3,000 บาท

ค่าเก็บรักษาตัวอ่อน ปีที่ 2 ขึ้นไป ปีละ 5,000 บาท

ค่าย้ายตัวอ่อน (Embryo transfer) ครั้งละ 15,000 บาท ทั้งในรอบใส่สด หรือรอบแช่แข็ง

ค่าละลายตัวอ่อน ครั้งละ 10,000 บาท 


Baby vector created by macrovector - www.freepik.com

รีวิว

ติดต่อเรา

คลินิกแพทย์หญิงราตรี

สูตินรีเวช โคราช

เบอร์โทร

096-408-4755

ที่อยู่

487/5-8 ม.9 ต.หมื่นไวย อ.เมืองนครราชสีมา นครราชสีมา 30000

เวลาทำการ

จ-ศ 17:00 - 19:30 น.
ส-อา 9:00 - 12:00 น.